เมื่ออังคารที่เเล้วผมได้มีโอกาสไปดูงานที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารเเห่งประเทศไทยมาครับ
ซึ่งที่นี่ใช้วังเก่าเป็นอาคารที่ตั้ง ซึ่งวังเเห่งนี้ติดกับเเม่น้ำเจ้าพระยาเเละมองเห็นสะพานพระราม8
ชื่อของวังนี้คือ "วังบางขุนพรหม"

รูปวาดวังบางขุนพรหมเอื้อเฟื้อจากbot.or.thเวบพิพิธภัณฑ์เเบงค์ชาติครับ
มาดูประวัติกันครับ บางส่วนก็อ้างจากวิกิวังบางขุนพรหมนะ >_<
วังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์
กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้นราชสกุลบริพัตร เเละสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมมาลมารศรี
พระมารดา ตั้งอยู่ในเนื้อที่33ไร่ติดเเม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเเบงค์ชาติด้วยนะครับ

จะบอกให้ว่าในนี้บรรยากาศเหมือนเเถวๆอิตาลีเลยนะเอ้อ
วังบางขุนพรหมเเห่งนี้ ร.5ทรงซื้อที่ดินพระราชทานให้เจ้าฟ้่าบริพัตร เมื่อปี2442เื่พื่อเป็นที่ประทับ เเละต้อนรับเเขก้านเเขกเมือง โดยใช้เป็นสโมสรสันนิบาต
อีกทั้งยังเป็นสถานที่ให้ครูจากต่างประเทศมาสอนวิชาให้เชื้อพระวงศ์ โดยในสมัยนั้น
มีชื่อเรียกขานว่า "บางขุนพรหม ยูนิเวอร์ซิตี้"
เเต่ต่อมาภายหลังการปกครอง เจ้าฟ้าบริพัตรได้เสด็จไปประทับที่ตำหนักพระเสบัน อินโดนีเซียอย่างกะทันหัน เเละประทับอยู่จนสินพระชนม์ ส่วนวังบางขุนพรหมก็ถูกใช้เป็น
สถานที่ราชการเรื่อยมา ตั้งเเต่เป็นที่ตั้งของกรมยุวชนทหาร สภาวัฒนธรรมเเห่งชาติ
หรือเเม้กระทั่งเป็นที่ตั้งของบริษัทไทยโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์เเห่งเเรกของไทย
ซึ่งต่อมาก็คือ โมเดิร์นไนน์นั่นเอง
เอาคร่าวๆพอนะครับ ผมมัวเเต่ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมจนไม่ค่อยได้ฟังประวัติเท่าไร
มาดูสถาปัตยกรรมบ้างดีกว่า
วังเเห่งออกเเบบด้วยสถาปัตยกรรมเเบบเรเนอซองส์ ผสมกับลวดลายศิลปะเเบบบารอค โรโกโก ประตูวังสร้างด้วยเสาเหล็กเเละลายปูนปั้นที่สวยงาม กล่าวกันได้ว่าวังเเห่งนี้
มีลายปูนปั้นประดับประตูที่สวยที่สุดในสยามประเทศ เเต่ดันไม่มีถ่ายรูปให้ชมครับ
ตำหนักในวังบางขุนพรหมเเบ่งเป็นห้าตำหนักเเต่เนื่องจากพวกผมอยู่เเต่ในตำหนักใหญ่
เลยอดไปถ่ายตำหนักอื่นมาให้ดูอีกครับ
ตำหนักเเรกตำหนักใหญ่หรือตำหนักทูลกระหม่อม สร้างเสร็จปี2449 โดยชาวอิตาเลียน
ชื่อ มาริโอ ตามาญโญ ศิลปะเเบบบารอค โรโกโก เป็นตึกสองชั้นเเละมีหอกลมสูงสามชั้น
ตำหนักนี้มีทั้งเสากลม เสาเเบน เสาบิดเป็นเกลียว ประดับด้วยลายปูนปั้นลวดลายดอกไม้
สวยงามมมมมมมมมมมม ไม่เชื่อก็ดูตัวม.ม้าซี่

ลายปูนปั้นเเละโครงหน้าต่าง
ตำหนักต่อมาที่มีทางเชื่อมชั้นสองติดกันกับตำหนักเเรกเรียกว่าตำหนักสมเด็จครับ
ออกเเบบโดยคาร์ล เดอร์ริ่ง ชาวเยอรมัน ศิลปะเเบบอาร์ตเดโค เเละอาร์ตโนโวที่ผมเเสนจะชื่นชอบ
ตำหนักอื่นๆก็คือตำหนักหอ ตำหนักน้ำ เเละศาลาเเตรผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงนะครับเพราะไม่มีภาพเลย ไว้เดี๋ยวขอปั่นจักรยาน
ไปถ่ายรูปมาก่อน เเต่ว่าจะเข้าไปได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเป็นสถานที่หวงห้ามพอสมควร
กลัวเขาจะนึกว่าเป็น สายผู้ก่อการร้าย ฮ่า >_<
ดูรูปกันเถอะ

มองไปเห็นสะพานพระราม8เเละเเม่น้ำเจ้าพระยาครับจากตรงนี้มองไม่เห็นศาลาเเตร

พลังทำลายล้างของนักเรียนายเรืออากาศ(เขาให้ไปดูงานไม่ใช่เหรอฟร้าาา)

โถงภายในครับ

ช่องระบายอากาศลวดลายสวยจริงๆ

ราวบันไดครับ

รูปปั้นโคมไฟ

ทางเชื่อมสองตำหนัก

มุมอื่นๆ

จะกลับเเล้วจ้า

หันไปมองข้างหลัง สำนักงานเเบงค์ชาตินึกว่าตึกnerv - -''หรูมากมาก
ขอบคุณท่านที่เข้ามายอมโหลดโหดชมนะครับ ตัวผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเอาส่วนที่เหลือ
ที่ยังไม่ได้ชมมาถ่ายทอดอีกที เพราะสถานที่เเห่งนี้ยอมรับว่า สวยงามเเละประทับใจผม
มากจริงๆ >_<
::commentจากเพื่อนๆ (โปรดดูรูปประกอบ)

"ไอ้นี่ทำอะไรมีสาระกะเขาเป็นด้วยว้อย"
555555 เเล้วพบกันใหม่ครับ
ซึ่งที่นี่ใช้วังเก่าเป็นอาคารที่ตั้ง ซึ่งวังเเห่งนี้ติดกับเเม่น้ำเจ้าพระยาเเละมองเห็นสะพานพระราม8
ชื่อของวังนี้คือ "วังบางขุนพรหม"

รูปวาดวังบางขุนพรหมเอื้อเฟื้อจากbot.or.thเวบพิพิธภัณฑ์เเบงค์ชาติครับ
มาดูประวัติกันครับ บางส่วนก็อ้างจากวิกิวังบางขุนพรหมนะ >_<
วังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์
กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้นราชสกุลบริพัตร เเละสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมมาลมารศรี
พระมารดา ตั้งอยู่ในเนื้อที่33ไร่ติดเเม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเเบงค์ชาติด้วยนะครับ

จะบอกให้ว่าในนี้บรรยากาศเหมือนเเถวๆอิตาลีเลยนะเอ้อ
วังบางขุนพรหมเเห่งนี้ ร.5ทรงซื้อที่ดินพระราชทานให้เจ้าฟ้่าบริพัตร เมื่อปี2442เื่พื่อเป็นที่ประทับ เเละต้อนรับเเขก้านเเขกเมือง โดยใช้เป็นสโมสรสันนิบาต
อีกทั้งยังเป็นสถานที่ให้ครูจากต่างประเทศมาสอนวิชาให้เชื้อพระวงศ์ โดยในสมัยนั้น
มีชื่อเรียกขานว่า "บางขุนพรหม ยูนิเวอร์ซิตี้"
เเต่ต่อมาภายหลังการปกครอง เจ้าฟ้าบริพัตรได้เสด็จไปประทับที่ตำหนักพระเสบัน อินโดนีเซียอย่างกะทันหัน เเละประทับอยู่จนสินพระชนม์ ส่วนวังบางขุนพรหมก็ถูกใช้เป็น
สถานที่ราชการเรื่อยมา ตั้งเเต่เป็นที่ตั้งของกรมยุวชนทหาร สภาวัฒนธรรมเเห่งชาติ
หรือเเม้กระทั่งเป็นที่ตั้งของบริษัทไทยโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์เเห่งเเรกของไทย
ซึ่งต่อมาก็คือ โมเดิร์นไนน์นั่นเอง
เอาคร่าวๆพอนะครับ ผมมัวเเต่ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมจนไม่ค่อยได้ฟังประวัติเท่าไร
มาดูสถาปัตยกรรมบ้างดีกว่า
วังเเห่งออกเเบบด้วยสถาปัตยกรรมเเบบเรเนอซองส์ ผสมกับลวดลายศิลปะเเบบบารอค โรโกโก ประตูวังสร้างด้วยเสาเหล็กเเละลายปูนปั้นที่สวยงาม กล่าวกันได้ว่าวังเเห่งนี้
มีลายปูนปั้นประดับประตูที่สวยที่สุดในสยามประเทศ เเต่ดันไม่มีถ่ายรูปให้ชมครับ
ตำหนักในวังบางขุนพรหมเเบ่งเป็นห้าตำหนักเเต่เนื่องจากพวกผมอยู่เเต่ในตำหนักใหญ่
เลยอดไปถ่ายตำหนักอื่นมาให้ดูอีกครับ
ตำหนักเเรกตำหนักใหญ่หรือตำหนักทูลกระหม่อม สร้างเสร็จปี2449 โดยชาวอิตาเลียน
ชื่อ มาริโอ ตามาญโญ ศิลปะเเบบบารอค โรโกโก เป็นตึกสองชั้นเเละมีหอกลมสูงสามชั้น
ตำหนักนี้มีทั้งเสากลม เสาเเบน เสาบิดเป็นเกลียว ประดับด้วยลายปูนปั้นลวดลายดอกไม้
สวยงามมมมมมมมมมมม ไม่เชื่อก็ดูตัวม.ม้าซี่

ลายปูนปั้นเเละโครงหน้าต่าง
ตำหนักต่อมาที่มีทางเชื่อมชั้นสองติดกันกับตำหนักเเรกเรียกว่าตำหนักสมเด็จครับ
ออกเเบบโดยคาร์ล เดอร์ริ่ง ชาวเยอรมัน ศิลปะเเบบอาร์ตเดโค เเละอาร์ตโนโวที่ผมเเสนจะชื่นชอบ
ตำหนักอื่นๆก็คือตำหนักหอ ตำหนักน้ำ เเละศาลาเเตรผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงนะครับเพราะไม่มีภาพเลย ไว้เดี๋ยวขอปั่นจักรยาน
ไปถ่ายรูปมาก่อน เเต่ว่าจะเข้าไปได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเป็นสถานที่หวงห้ามพอสมควร
กลัวเขาจะนึกว่าเป็น สายผู้ก่อการร้าย ฮ่า >_<
ดูรูปกันเถอะ

มองไปเห็นสะพานพระราม8เเละเเม่น้ำเจ้าพระยาครับจากตรงนี้มองไม่เห็นศาลาเเตร

พลังทำลายล้างของนักเรียนายเรืออากาศ(เขาให้ไปดูงานไม่ใช่เหรอฟร้าาา)

โถงภายในครับ

ช่องระบายอากาศลวดลายสวยจริงๆ

ราวบันไดครับ

รูปปั้นโคมไฟ

ทางเชื่อมสองตำหนัก

มุมอื่นๆ

จะกลับเเล้วจ้า

หันไปมองข้างหลัง สำนักงานเเบงค์ชาตินึกว่าตึกnerv - -''หรูมากมาก
ขอบคุณท่านที่เข้ามายอมโหลดโหดชมนะครับ ตัวผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเอาส่วนที่เหลือ
ที่ยังไม่ได้ชมมาถ่ายทอดอีกที เพราะสถานที่เเห่งนี้ยอมรับว่า สวยงามเเละประทับใจผม
มากจริงๆ >_<
::commentจากเพื่อนๆ (โปรดดูรูปประกอบ)

"ไอ้นี่ทำอะไรมีสาระกะเขาเป็นด้วยว้อย"
555555 เเล้วพบกันใหม่ครับ