ไม่นานนี้ ผมได้รับโทรศัพท์จากคนที่ไมู่้รู้จัก ... เธอเป็นเพื่อนของเพื่อน
บอกว่าเพื่อนเเนะนำมา (เฉยเลย) ให้มาลองคุย ทั้งๆที่ไอ้เพื่อนคนนั้นไม่เคยโทรหาผมซักกะนิด
เธอคนนั้น เริ่มพร่ำพรรณา ถึงความรักกับคนที่มีเจ้าของ เเละรู้ตัวว่าเป็นตัวสำรอง
ผู้ชายคนนั้น ปากบอกเลิก เเต่ยังโทรหา เอาของไปให้ ยังเอาใจใส่เหมือนตัดไม่ขาด ทำให้เธอตัดเขาไม่ได้
เธอเป็นทุกข์มาก เศร้าใจ รู้ทั้งรู้เขาไม่ได้รักเธอที่สุด เเต่เธอรักเขา เธอตัดเขาไม่ได้
เธอถามผมว่าทำไงดี ?
ทำไงดี?
ถามผม?
ถามกู?
ไมมาถามกู(วะ)?
กูรับปรึกษาปัญหาหัวใจด้วยเหรอนี่ย?(เเค่คิดนะครับ)
ผมขอถามท่านผู้อ่าน ถ้าเป็นคุณจะบอกเธอว่าอะไรครับ บอกผมในคอมเม้นด้วยนะ
ผมตอบเธอว่างี้
เธอรักเขามากกว่าตัวเอง เเต่เขารักตัวเองมากกว่า สถาณการณ์มันจึงกลายเป็นว่า เขาไม่อยากจะเสียใครไป เเทนที่จะปล่อยให้เธอไป ทั้งๆที่ก็รู้อยู่เเล้วว่าสถาณการณ์เเบบนี้ มันก็มีเเต่คนที่เจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ
เเบบนี้เเถวบ้านผมเรียก เอ่อ.. ปล่อยให้มันยักเเย่ยักยัน อยู่อย่างนั้น
ผมบอกให้เธอปล่อยวาง รักตัวเองให้มาก เเละเธอเชื่อ...ส่วนหนึ่งผมไม่เชื่อ ว่าเธอจะตัดเขาได้ เเต่ผมก็ทำได้เเค่นี้
บางทีคำตอบของปัญหามันอยู่ข้างหน้า มันก็เเค่นั้นเอง เเต่ทำไม..บางคนถึงจงใจ ที่จะไม่มองมัน ทำไมถึงจงใจ...ที่จะหนีมัน
สิ่งที่เรียกว่าหนีปัญหา เเท้จริงเเล้ว เราหนีคำตอบของมันต่างหาก
ผมเชื่อ ...ว่าคนเราทุกคนไม่ได้อ่อนเเอ เเต่อาจทำไปโดยสัญชาตญาณ ในการหลบหลีกอันตราย..หลบหลีกสิ่งที่มันเจ็บปวดสะเทือนใจ
เเต่...
ปัญหามันก็ไม่ถูกเเก้นะสิครับ
เหมือนเด็กเล่นเกมเครียดผูกคอตายนั่นล่ะ (ขออภัยญาติมิตรผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้)
เล่นเกมเครียดก็เลิกสิ(วะ) ยักเเย่ยักยันนักก็เลิกไปสิ(โว้ย) อย่าปล่อยให้สัญชาตญาณมาบดบังสติปัญญา หนีความจริง
มนุษย์ถึงมีสติปัญญาไงครับ
สิ่งนั้นคือคำตอบของปัญหา
คิดเห็นเเตกต่างอย่างไร คอมเม้นบอกกันได้นะครับ
รักคนอ่าน กร๊ากกก