Travel

หลังจากดองบลอคเเล้วก็หายไปนาน ผมกลับมาอับรูปเดินอากาศให้ชมกันอีกครั้ง เอนทรี่ก่อนๆยังไม่ได้ครึ่งทางเลยอ่ะ

หลังจากที่เรากินอิ่มเล้วเดินเที่ยวทงเเดมุนจนหนำใจ เห็นสาวๆหนุ่มเขากอดกันเเก้หนาวเเล้วอิจฉาาา ครั้นจะกอดเพื่อนข้างๆก็กลัวมันจะหันมาบอก "เพื่อน กรูรักเมิงหว่ะ"

วิวจากห้องนอน ยามรุ่งอรุณ หนาวโคตรๆ

อากาศในกรุงโซลยามเช้า

หลังจากกินข้าวเรียบร้อยเราก็เดินทางมายังพิพิธภัณท์สงคราม อยู่ในตัวเมืองไม่ไกลนัก

ลงรถตรงนี้ครับ

ถ่ายรูปเสียหน่อย

เห็นของขายเป็นไม่ได้ไอ้พวกนี้

ที่น่าสนใจคือธงของประเทศที่ส่งกำลังมาช่วยเกาหลีใต้ เเละสโลเเกนที่ว่า"freedom is not free" 

หลังจากรวมพลเเล้วเราก็เดินเข้าไปภายใน เพื่อทำพิธีสักการะอนุเสาวรีย์ทหารไทยที่มาเสียชีวิตที่นี่ครับ

เเผ่นป้ายเเสดงชื่อทหารที่พลีชีพ ที่เห็นแปะไว้กับเสาเเละผนังนั่นล่ะครับ มีเยอะมากๆ

เราทำพิธีกันหน้าเเผ่นป้ายที่มีรายชื่อของทหารไทย

หลังจากเสร็จพิธีเเล้ว เราเดินผ่านโถงด้านหน้าของพิพิธภัณท์ (ตอนเเรกเข้าทางด้านหลัง)  ลานด้่านหน้ากว้างมากๆ

 เข้ามาด้านในเเล้วก็เจอกลองนี่ก่อนเลยครับ คงคล้ายๆกลองสบัดชัยของเรา เเสดงถึงจิตวิญญาณของชาวเกาหลี

เดินเข้ามาภายใน จะเจอhallเล็กๆ เเสดงภาพเเลรูปปั้นหน้าของบุคคลสำคัญของเกาหลีใต้ เเละภาพวาจุดยุทธศาสตร์เกาหลีเหนือเเละใต้ ภาพวาดน่าสนใจมากๆเลยล่ะ

เป็นภาพเขียนด้วยภู่กัน สวยงามจริงๆ ส่วนที่เเปะสีน้ำเงินคือดินเเดนกาหลีใต้ ส่วนของเกาหลีเหนือจะเป็นสีเเดง

เดินผ่านhallนี้จะเข้ามาในโซนของบ่อน้ำครับ

ในห้องนี้จะเป็นห้องกลมๆ มีเเ่ท่นหินครึ่งวงกลมตั้งอยู่กลางบ่อน้ำ มีเเสงส่องลงมาตรงกลาง เขาอุปมาว่า เเท่นหินนี้คือประเทศเกาหลีครับ ส่วนรายละเอียดผมจำไม่ได้เเหล่ว

อันนี้เป็นคำอธิบายของบ่อน้ำครับ

คงยังไม่หมดสำหรับุดพิพิธภัณท์สงครามนี้ เเละการเดินอากาศครั้งนี้ เเต่คงชะลอการอับไว้เท่านี้ก่อน

สุดท้ายนี้ขอสดุดีทหารหาญผู้พลีชีพเพื่อมวลมนุษย์เเละประเทศชาติทุกๆท่านครับ